เป็นเศรษฐีด้วยเลข 780
มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg)
จนกระทั่งเขาเปิดให้บุคคลอื่นๆที่ไม่ใช่บุคคลในสถานศึกษาใช้งานด้วย และกลายเป็นเว็บ Facebook ในปัจจุบันนี้ จึงทำให้ยอดผู้ใช้งาน Facebook พุ่งกระฉุดถึง 500 ล้านคน!! เราจะเป็นเศรษฐีเหมือนเขาได้ คุณเชื่อไหม? ถ้าไม่ได้อย่างน้อยเราจะมีรายได้มากกว่า เซเว่นอีเลเว่น สาขาหนึ่งเลยที่เดียว
จะดีไหมถ้าคุณมีฐานลูกค้าในมือ 780 คน
ลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้ธุรกิจมีการขับเคลื่อน มีกำไรอยู่ได้ เลี้ยงพนักงานได้เลี้ยงเจ้าของกิจการได้และเหลือเงินให้เจ้าของกิจการนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ดังนั้นลูกค้าคือผู้ที่ทำให้กิจการต่างๆ อยู่ได้และมีความสำคัญ การจะมีลูกค้า 780 คน เราจะได้อะไรสมมุติให้สินค้า 1 ชิ้นกำไร 20 บาท ลูกค้า 780 คนใช้สินค้าคนละชิ้นเราจะได้เงินที่เป็นกำไร 15,600 บาท ทันที ตัวเลขที่ได้เป็นจำนวนเงินที่มากพอประมาณ นี่เกิดจากสินค้าชิ้นเดียว และภ้าหากเรามีสินค้าสัก 500 ชนิด ถ้าลูกค้าซื้อแค่ 2 ชิ้น เราก็จะมีรายได้ 31,200 บาท ( สินค้า 2 ชิ้น กำไรชิ้นละ 20 บาท ) ถ้าสินค้ากำไรชิ้นละ 50 บาท คุณลองจินตนาการดูว่าจะมีรายได้เพิ่มเท่าไร
คุณจะเพลิดเพลินไปกับการเป็นผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำในผลิตภัณฑ์
1. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้าน เช่น หัวเชื้อล้างจาน หัวเชื้อทำความสะอาด หัวเชื้อผงซักฟอก เป็นต้น
2. ผลิตภัณฑ์สำหรับเรือนร่าง เช่น ยาสีฟัน สบู่ ครีมบำรุงผิว เป็นต้น
3. ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ เช่น เสริมอาหารให้ครบ 5 หมู่ เสริมสุขภาพ กำจัดส่วนที่เกิน เป็นต้น4. ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร หัวเชื้อปุ๋ยธรรมชาติ ฮอร์โมนชีวภาพ เป็นต้น
5. ผลิตภัณฑ์จากที่ต่างๆ ที่มาร่วมจำหน่าย
บริการให้กับเครือข่ายผู้ใช้ ใช้แล้วจะประทับใจ ใช้แล้วจะไม่เลิกใช้ จะใช้ตลอดไปและจะทดลองใช้สินค้าใหม่ๆ ที่คุณให้คำแนะนำ ยอดธุรกิจจะเกิดขึ้นจากการใช้สินค้าเพิ่มขึ้นและจำนวนคนใช้ที่เพิ่มชึ้นจากการบอกต่อสินค้าดีไปยังเพื่อนๆ ของผู้ใช้
เราทำหน้าที่รักษาสิทธิ์ให้กับลูกค้า
บอกลูกค้าเกี่ยงกับสิทธิพิเศษที่ลูกค้าสามารถสร้างรายได้จากการบอกต่อ โดยการแนะนำระบบการจ่ายผลตอบแทนในรูปสหกรณ์เมื่อลูกค้าได้รับฟังจนเข้าใจว่าเขาสามารถสร้างรายได้เสริมและสามารถทำเป็นธุรกิจจนกลายเป็นอาชีพหลักและสามารถส่งต่อเป็นมรดกให้ทายาทได้ตลอดจนสามารถขายหรือโอนให้ใครก็ได้ เราก็เพียงช่วยเขาให้สร้างทีมของเขาขึ้นมา
ระบบธุรกิจนี้เป็นระบบที่เราไม่ได้คนเดียวแต่ทำงานกันเป็นทีม
ระบบธุรกิจนี้ไม่ต้องการคนขายเก่ง ยอดการค้าจะเกิดจากการใช้แต่ละคนใช้สินค้าและแนะนำสินค้าคนละนิดคนละหน่อย นำยอดการบริโภคทั้งหมดมารวมกันแล้วรับปันผลตามจำนวนที่แต่ละคนทำได้จะไม่ใช่การค้าแบบปิรามิดหรือขายตรง เราเรียกระบบนี้ว่า ระบบเครือข่ายหลายชั้นบริษัทผู้ผลิตสินค้าชั้นนำ ไม่ขายเอง แต่มาหาคนทำการตลาดให้ เป็นแนวธุรกิจแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ในอนาคตไม่กี่ปีต่อจากนี้ไป ความสำคัญของระบบใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่ระบบเก่าในมาตราฐานการค้าโลก ในประเทศไทย ได้มีการบรรจุเนื้อหาเป็นหลักสูตรที่ใช้สอนกันแล้วในมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์
ในชีวิตประจำวัน เราต่างบริโภคและใช้สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากมาย ซื้อมาใช้ ใช้แล้วหมดไป ต้องซื้อใหม่เป็นวัฎจักรอย่างนี้มาตั้งแต่เราเกิดจนกระทั่งหมดอายุขัยไปในแต่ละรุ่น สินค้าที่เราใช้ดีบ้างไม่ดีบ้างต้องเปลี่ยนยี่ห้อไปตามความพอใจของแต่ละคน
เทคนิคการทำจากประสบการณ์จริง
เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของการทำจริง ทำได้จริง ไม่ใช่จำจากตำราหรือการฟังแล้วนำมาเล่าเพื่อให้เราทำแล้วผู้สอนจะได้ประโยชน์ สามารถทดลองทำได้
บริษัทได้เตรียมร้านและระบบรองรับไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้ว
สาขาทั่วประเทศไว้รองรับแล้ว














ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น